Related Data

แนะนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี
แนะนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี
เทคโนโลยี RFID เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีล่าสุดของโลก หลายประเทศในโลก ให้ความสนใจและตื่นตัวกับเทคโนโลยี RFID จึงมีนโยบายสนับสนุนการใช้ RFID อย่างจริงจัง ปัจจุบันเทคโนโลยี RFID เริ่มเข้ามามีความสำคัญกับเราในชีวิตประจำวันมากขึ้นในรูปแบบการใช้งานต่างๆ กันตามแต่คิดจะประยุกต์ใช้งานได้ เช่น บัตรโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน บัตรพนักงาน กุญแจรถยนต์(Electronics Immobilization) ในแวดวงอุตสาหกรรมในส่วนของการผลิตเพื่อ Track and Trace ระบบบันทึกข้อมูลการจัดการสินค้าระหว่างการผลิตและจำหน่ายสินค้า การจัดการห่วงโซ่อุปทาน(Supply Chain Management) การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง และการกระจายสินค้า ระบบการขนส่ง การติดตามตู้สินค้าระหว่างการขนส่ง(e-Seal) การนำมาประยุกต์ใช้งานในการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการตรวจสอบย้อนกลับในอุตสาหกรรมอาหาร (Food Traceability) ซึ่งพัฒนาการของเทคโนโลยี RFID ในปัจจุบันและอนาคตนั้นมีศักยภาพและปัจจัยเอื้ออำนวยอื่นๆ ทำให้เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าเทคโนโลยีนี้จะต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการธุรกิจรูปแบบใหม่ และอำนวยความสะดวกต่อการดำเนินชีวิตอย่างมาก ซึ่งจะมีส่วนในการเปลี่ยนโฉมของสังคมเข้าสู่สังคมสารสนเทศของประเทศไทย  
RFID ย่อมาจากคำว่า “Radio Frequency Identification”   เป็นระบบชี้เฉพาะอัตโนมัติ Auto- ID แบบไร้สาย (Wireless) ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นวิธีการระบุเอกลักษณ์วัตถุ หรือตัวบุคคลโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ ซึ่งต่างจากเทคโนโลยีอื่น ๆ  เช่น บาร์โค้ดที่อาศัยคลื่นแสง  หรือการสแกนลายนิ้วมือ  เป็นต้น ซึ่งมีขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล RFID โดยที่อุปกรณ์ RFID ที่มีการประดิษฐ์ขึ้นใช้งานเป็นครั้งแรกนั้น ในปี ค.ศ. 1945 ซึ่งอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นมานั้นทำหน้าที่เป็นเครื่องมือดักจับสัญญาณของเครื่องบินเพื่อแยกแยะฝ่ายมิตรและศัตรู ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวระบุเอกลักษณ์วัตถุอย่างที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน
สิ่งสำคัญของเทคโนโลยี RFID นั้นคือ การชี้เฉพาะ ซึ่งเป็นวิธีการระบุเอกลักษณ์ของสิ่งต่างๆ  หากเราลอง พิจารณาอย่างง่ายถึง  สินค้าชนิดเดียวกันสองชิ้น  เช่น  ปลากระป๋อง 2 กระป๋อง  ถ้าเราพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอก  เช่น ฉลาก สี หรือรูปทรง จะพบว่า  ปลากระป๋องทั้งสองกระป๋องนั้นมีความแตกต่างกันน้อยมาก  หรืออาจจะไม่มีความแตกต่างกันเลย  ซึ่งความเป็นจริงแล้วนั้น มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  เช่น
  • วัตถุดิบมาจากคนละจังหวัด
  • การผลิตจากคนละโรงงาน หรือการผลิตคนละ ล๊อตการผลิต
  • ร้านค้าจัดจำหน่ายอาจจะซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายคนละตัวแทน
  • การจัดส่งอาจจัดส่งโดยผู้ขนส่งคนละราย หรือคนละวัน
โดยทั่วไป  ข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นจะไม่ปรากฏบนกระป๋อง  ซึ่งข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของปลากระป๋องทั้งสองกระป๋อง ดังนั้นจึงสามารถที่จะกล่าวได้ว่า  สิ่งต่างๆ ในโลกนี้นั้นมีความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่ทำให้แตกต่างจากสิ่งอื่น ทำให้เทคโนโลยี RFID เข้ามามีบทบาทในการระบุเอกลักษณ์ของสิ่งต่างๆ
การพิจารณานำระบบ RFID มาใช้งานยังคงต้องคำนึงถึงข้อจำกัดต่างๆ ในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในสภาพแวดล้อม หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระเบียบการใช้คลื่นความถี่วิทยุและกำลังส่งของแต่ละประเทศด้วย
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย
http://www.rfid.or.th
แนะนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี